สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย! หนังสือดีแนะนำให้ลองอ่าน

brain-power-revolution

สมองจัดเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกายที่คนเราต้องใช้งานเป็นประจำทุกวันอาจบอกได้ว่าทุกวินาทีคงไม่ผิดด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่เราจะรู้สึกว่าสมองของเรานั้นช่างเหนื่อยล้าเสียเหลือเกินจนบางทีก็ต้องการมองหาช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองล้าร่างกายของเรามันก็รู้สึกล้าตามไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงได้มีนักเขียนชาวเกาหลีท่านหนึ่งเขียนหนังสือที่แปลเป็นไทยว่า สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย ขึ้นมา เรียกว่าตอบโจทย์ผู้ที่กำลังต้องการในสิ่งเหล่านี้ได้ดีมากเลยทีเดียว หนังสือดี ๆ ที่จะช่วยให้สมองได้พักกับ สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย ด้วยคอนเซปต์ของหนังสือเล่มนี้คือต้องการให้ผู้อ่านทุกท่านได้บำรุงสมองพร้อมทั้งยังช่วยเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีกับคนที่กำลังหมดแรงจากการทำงานด้วยชีวิตอันแสนน่าเบื่อ ขาดเป้าหมาย ไร้ความทะเยอะทะยาน ไม่เคยทำอะไรได้สำเร็จดังใจปรารถนา สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมานี้ในหนังสือมองว่าเพราะสมองของเราเหนื่อยล้าเกินไป สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย! เป็นหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดย Lee Si Hyung บุคคลผู้นี้ทำอาชีพเป็นนักจิตแพทย์ชาวเกาหลีในวัย 80 ปี แต่ยังคงมีความแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต แม้อายุเยอะแต่เขายังสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพถึงวันละ 15 ชม. แบบไม่รู้สึกเหนื่อยล้าใด ๆ เขามักอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 เล่ม อีกทั้งยังเป็นนักเขียนหนังสือมากว่า 73 เล่มก่อนหน้านี้ด้วย เคล็ดไม่ลับของนักเขียนท่านนี้เกิดจากเขาคือบุคคลผู้มีความช่ำชองเรื่องของสมองล้า มีวิธีถูกต้องสำหรับการป้องกันพร้อมทั้งการบำบัดเมื่อตกในสภาวะที่พูดถึง เมื่อเป็นเช่นนี้ สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย! จึงเป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้สมองของคนเราเกิดอาการล้าแบบละเอียดยิบ มีแนวทางปฏิบัติเพื่อการแก้ไขพร้อมวิธีใช้ชีวิตเพื่อให้ทุก ๆ คน กลายเป็นมนุษย์พลังสมองได้ หากคุณคือผู้หนึ่งที่กำลังเจอกับปัญหาเครียด ปวดหัว สุขภาพก็ไม่ดี แถมยังทำงานอย่างหนักหน่วง นี่คือบุคคลที่ต้องรีบหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านให้เร็วที่สุดRead More

66 วิธีลับคมสมอง (Bestseller ในญี่ปุ่น)

66-books-for-brain

การที่หนังสือสักเล่มจะได้รับความนิยมจนกลายเป็น Bestseller ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนั่นหมายถึงหนังสือต้องมีดีมากจริงๆ จนคนอ่านมีความรู้สึกอยากได้เอาไว้อ่านและเก็บสะสมเป็นที่ระลึกเอาไว้ ยิ่งถ้าเป็นในญี่ปุ่นด้วยแล้วหนังสือดีๆ สักเล่มกว่าจะได้ขึ้นเป็น Bestseller ต้องดีมากจริงๆ และหนึ่งในหนังสือที่ได้รับความนิยมจนคนไทยต้องเอามาแปลเรียบเรียงให้พี่น้องชาวไทยได้อ่านกันเป็นหนังสือที่มีชื่อไทยว่า 66 วิธีลับคมสมอง หนังสือดีมีคุณค่าน่าอ่านอย่างยิ่ง 66 วิธีลับคมสมอง สุดยอดหนังสือ Bestseller ในประเทศญี่ปุ่น 66 วิธีลับคมสมอง เป็นหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดย นพ. โทะชิโนริ คะโตะ เป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้มีความช่ำชองในเรื่องสมองอย่างมาก เขาได้ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายสมองของคนทั่วไปมากกว่าหมื่นคน นั่นทำให้เป็นผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญในเรื่องสมองอย่างมากทีเดียว ในหนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่บ่งบอกเกี่ยวกับหลักการฝึกสมองตามรูปแบบของรหัสสมอง ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่คุณหมอคิดค้นขึ้นมาทั้งสิ้น ใครเป็นคนนิยมการอ่านหนังสือแนวสมองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรับรองว่าจะประทับใจกับหนังสือเล่มนี้อย่างไม่รู้ลืมแน่ๆ มีเนื้อหาหลักๆ ที่ใครสนใจอยากให้ลองสัมผัสกันดู มีการระบุเอาไว้ว่าสมองของคนเราจะพัฒนาเติบโตไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งการที่ใครอยากมีความรู้เก่งๆ ต้องรู้จักลับคมในสมองก่อนโดยเริ่มตั้งแต่การสะสมประสบการณ์ของตนเองให้เยอะที่สุด ส่วนใหญ่มักเกิดเพราะการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ทำในสิ่งที่ท้าทายตนเอง ไม่มีอคติในสิ่งเหล่านี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ตนเองได้ใช้สมองมากขึ้นกว่าเดิม คำว่า รหัสสมอง ที่กล่าวถึงก่อนหน้าถูกแบ่งออกได้ 8 กลุ่มหลักๆ ประกอบด้วย ความคิด / อารมณ์ / สื่อสาร / ความเข้าใจ / ได้ยินRead More

หนังสือ : ถ้ารู้… คงผอมไปนานแล้ว

If-known-thin

ปัญหาเรื่องของความอ้วนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีวิธีในการกำจัดความอ้วนเหล่านี้ออกไปอย่างไร แต่แม้ว่าบางคนจะลดน้ำหนักแทบตายกลับรู้สึกว่าทำไมยิ่งลดยิ่งอ้วน ลดตั้งนานแต่สัดส่วนกลับไม่เห็นหายไปไหนเลย ทำวิธีการไหนก็ไม่เห็นจะผอม นั้นแสดงว่าคุณเองยังไม่พบเจอกับหนังสือดีๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่าง ถ้ารู้… คงผอมไปนานแล้ว อย่างแน่นอน นี่คือหนังสือที่จะตอบทุกข้อสงสัย ทุกข้อความคลางแคลงใจเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก แต่ไม่ใช่การตอบแบบเลื่อนลอยเพราะเขาใช้หลักการแพทย์และหลักการทางวิทยาศาสตร์มาไขออกมาจนได้เป็นคำตอบ หนังสือเล่มนี้บอกได้อย่างชัดเจนว่าทำไมก่อนหน้านี้พยายามลดน้ำหนักแทบตายแต่น้ำหนักไม่เห็นลง นอกจากน้ำหนักไม่ลงบางคนยังอ้วนขึ้นอีกต่างหาก นอกจากนี้แม้จะน้ำหนักลงได้แล้วหนังสือก็จะบอกวิธีการรักษารูปร่างอย่างไรให้ออกมาดีตลอด เริ่มต้นตั้งแต่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก น้ำหนักเพิ่มขึ้นลดลงได้อย่างไร โยโย่คืออะไร เรียนรู้หลักความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการลดน้ำหนัก รู้จักวิธีวิเคราะห์วิจารณ์วิธีการลดน้ำหนักที่เห็นทั่วไปว่าสามารถช่วยลดได้จริงหรือไม่ รับรองว่าหากใครอยากผอมแต่ยังทำไม่สำเร็จลองอ่านเล่มนี้ดู

หนังสือ : อยู่อย่างไรให้สมองไม่แก่

life-brain-not-old

สมอง คือสิ่งที่สำคัญส่วนหนึ่งของร่างกายเรา เราใช้งานสมองมาตั้งแต่เกิดแล้วถ้าหากว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่งเรากลายเป็นคนพูดจาไม่รู้เรื่อง ขี้ลืม อ่านหนังสือเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัว วอกแวกง่าย ขี้รำคาญ ขี้เบื่อ ไม่มีความกระตือรือร้นต่อการทำสิ่งต่างๆ บางคนอาจจะบอกว่าก็เราอายุมากขึ้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เลยเป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน มันคือสิ่งที่ร่างกายและสมองกำลังต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับเรา ซึ่งหนึ่งในสัญญาณดังกล่าวที่ว่ามานี้เป็นข้อสรุปที่ว่าคุณกำลังเผชิญกับอาการ “สมองแก่” หากว่าคุณเองกำลังมีอาการข้างต้นอย่างที่กล่าวมาต้องรีบไปไขว่คว้าหาหนังสืออย่าง “อยู่อย่างไรให้สมองไม่แก่” มาไว้ในครอบครองให้เร็วที่สุด เพราะหนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวน่ารู้เพื่อสร้างสมองให้ย้อนไปสู่วัยเยาว์อีกครั้ง ถือเป็นหนังสือที่มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจากญี่ปุ่นของแท้ หลักการของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าแค่คุณพยายามนำพฤติกรรมง่ายๆ ที่ในหนังสือได้บอกเอาไว้ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตนเอง แค่นี้สมองของทุกคนก็จะสามารถกลับมาทำงานเหมือนตัวเองยังเป็นวัยรุ่นได้แบบสบายๆ ทุกช่วงอายุที่เริ่มรู้สึกว่ามีอาการสมองแก่สามารถทำได้ไม่ว่าจะอายุ 30, 50 หรือ 70 รับรองว่าดีแน่นอน

นวนิยาย : วงกตวิวาห์

Maze-wedding-book-read

เป็นนิยายที่เขียนขึ้นโดย ภัสรสา จัดว่าเป็นนิยายที่ผู้เขียนได้สร้างตัวละครมีลูกเล่นน่าสนใจเป็นอย่างมาก มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดในทุกๆ ด้านให้ผู้อ่านต้องตกหลุมรักไปกับการอ่านนิยายเล่มนี้อย่างแน่นอน มีความแพรวพราวที่แตกต่างไปจากนิยายเล่มอื่นๆ ขอบอกเลยว่านิยายเรื่องนี้ทั้งพระเอก นางเอก พระรอง นางรอง หรือแม้แต่ตัวพ่อพระเอกเองล้วนแล้วแต่เป็นตัวละครที่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องทั้งสิ้น ที่สำคัญแต่ละตัวละครจะมีคาแร็กเตอร์ที่สร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองเป็นอย่างมาก ทำนองว่าเมื่ออ่านไปแล้วจะต้องห้ามลืมตัวละครไม่ว่าตัวใดก็ตามเป็นอันขาด ยิ่งได้อ่านไปก็อดจะหัวเราะจะยิ้มไปกับความน่ารักของเนื้อเรื่องไม่ได้ จุดเด่นที่ทำให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจมากๆ คือการถ่ายทอดความรักของคนในครอบครัว เป็นการถ่ายทอดความรักระหว่างพี่สาวกับน้องสาวได้อย่างน่าสนใจ ทำให้คนอ่านได้เข้าใจว่าพี่น้องที่มีความรักให้กันมันมีค่ามากขนาดไหน เนื้อเรื่องแสดงให้เห็นถึงความรักที่พี่สาวมีให้น้องสาวอย่างสุดหัวใจ พยายามที่จะตามหาน้องให้ได้ ในขณะที่ตัวของน้องสาวเองก็ต้องการที่จะทำในสิ่งดีๆ เพื่อให้พี่สาวได้เกิดความภาคภูมิใจ ความสนุกอีกอย่างคือจะแฝงความตลกเอาไว้ในเรื่องด้วย

หนังสือสำหรับเด็ก : แจ๋วแหว๋วอวดเก่ง

jeaw-weaw-show-off

การเล่าเรื่องราวผ่านจินตนาการถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยกับเรื่องของนิทาน เพราะขึ้นชื่อว่านิทานแล้วจินตนาการนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจในสิ่งเหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหนังสือนิทานอย่าง แจ๋วแหว๋วอวดเก่งจึงถือว่าเป็นหนังสือนิทานอีกเล่มที่น่าอ่านสุดๆ เรื่องบอกเล่าเรื่องราวที่ต้องย้อนอดีตไปไกลสู่โลกล้านปีกับเรื่องราวของเจ้าไดโนเสาร์ตัวน้อยผ่านสีสันที่สวยงามของหนังสือ ไดโนเสาร์พันธุ์ “อาร์คีออฟเทอเร็กซ์” มีชื่อว่า แจ๋วแหว๋ว กับขนที่มีสีสันสวยงาม นี่คือไดโนเสาร์ที่สามารถบินได้แถมยังบินเก่งเสียด้วย นั่นจึงทำให้เธอเองมักชอบคุยโม้โอ้อวดความสามารถและความเก่งกาจนี้ของเธอให้กับเพื่อนๆ ฟังอยู่บ่อยครั้ง ทว่ากลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นจนทำให้ไดโนเสาร์อย่างแจ๋วแหว๋วต้องเปลี่ยนอุปนิสัยของเขาไปอย่างสิ้นเชิงพร้อมกันนี้ยังได้มีการหันมาใช้ความสามารถที่ตนเองมีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้อื่น ความน่าสนุกของนิทานเรื่องนี้จะสอนให้เด็กๆ ได้เข้าใจว่าการโอ้อวดในสิ่งที่ตนเองมีไม่ใช่เรื่องดี เพราะวันใดวันหนึ่งหากความสามารถของเราหมดลงหรือทำไม่ได้เหมือนเดิมมันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่เหลือใครและไม่อยากมีใครยุ่งด้วยเลย

หนังสือสำหรับเด็ก : ปอแก้วนักสะสม

por-keaw-collection

การอ่านหนังสือนิทานที่มีการสอดแทรกความรู้หรือลักษณะนิสัยที่ดีจะช่วยให้เด็กๆ ที่ได้ฟังนั้นจดจำและนำไปทำตามได้อย่างดีเยี่ยม และหากอยากให้เด็กๆ รู้จักการรับผิดชอบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้วต้องอย่าลืมอ่านหนังสือนิทานที่ชื่อว่า ปอแก้วนักสะสม นิทานคำกลอนส่งเสริมพฤติกรรมสร้างสรรค์ดีๆ ช่วยปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมกับการจัดการขยะให้เป็นระบบ ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า 3R ประกอบไปด้วย Reduce, Reuse, Recycle ซึ่งก็มีความหมายตามกันมาว่า ลดการใช้งานสิ่งของ, นำสิ่งของกลับมาใช้งานซ้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์ และการคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อที่จะสามารถนำไปผลิตเป็นสิ่งใหม่ๆ ต่อไปได้ การอ่านนิทานเล่มนี้จะทำให้เด็กๆ รู้สึกถึงสิ่งที่พวกเขาสามารถช่วยได้เพื่อทำให้โลกน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราเองก็จะเข้าใจภาวะของการช่วยลดโลกร้อนว่ามีความสำคัญขนาดไหน เนื้อหาว่าด้วยเรื่องของการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของลูกช้าง 3 ตัว กิจกรรมที่ว่านี้ก็เป็นกิจกรรมสนุกสนาน ตัวเด่นของเรื่องอย่างช้างน้อยปอแก้วจะเป็นตัวดำเนินเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านและผู้ฟังได้เข้าใจถึงข้อดีในการแยกสิ่งต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่มีการปนเปกันจนมองไม่ออกว่านี่คืออะไรกันแน่ ทำนองว่าหากมีการทิ้งทุกอย่างรวมกันหมดมันก็จะเกิดการทับถมมั่วนั่นเอง

หนังสือ : เถื่อนเจ็ด The Savage Seven

the-savage-seven-new-book

7 เส้นทางของการเดินทางที่ต้องบอกเลยว่าคนปกติคงไม่มีใครเขาคิดจะไปอย่างแน่นอน หรือถ้าหากอยากจะไปจริงๆ คนที่บ้านก็คงจะไม่อนุญาตเป็นแน่แท้ แต่การเดินทางทั้ง 7 สถานที่นี้จะถูกถ่ายทอดออกมาโดยนักเดินทางที่ตอนนี้กำลังโด่งดังสุดๆ กับเส้นทางการเดินทางที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องทั่วไปอย่าง วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล รับรองว่าเส้นทางทั้ง 7 เส้นทางนี้หากใครรู้ว่าคุณจะไปคงคิดว่าเป็นเรื่องบ้าบอสิ้นดี ทั้งการตกปลาปิรันย่าเพื่อเอาไว้กินเป็นอาหาร การจับจระเข้ที่แค่ฟังก็สยองแต่ในหนังสือนี้จะพาไปพบกับการจับจระเข้ด้วยมือเปล่า การกินองุ่นที่ปลูกในซากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลที่ว่ากันว่าตอนนี้บริเวณดังกล่าวยังคงปนเปื้อนไปด้วยรังสี การโดนทหารอิหร่านเอามือจ่อหน้า ได้สูดดมกลิ่นศพในรวันดา เหยียบอุจจาระที่บอกว่าแฉะนุ่มในอินเดีย การจิบเบียร์ยี่ห้อ Everest บนเทือกเขาหิมาลัย หรือจะเป็นการขี่อูฐในทะเลทรายของจอร์แดนเป็นเวลาติดต่อกัน 9 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้หากไม่ใช่ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล คงไม่มีใครกล้าไปทำแล้วหยิบเอามาให้ได้อ่านจากประสบการณ์จริงอย่างแน่นอน เป็นหนังสือท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การเก็บไว้อ่านเป็นอย่างมากทีเดียวสำหรับเล่มนี้

หนังสือ : หิมาลัยไม่มีจริง

no-himalaya-travel

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าการปีนสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์นั้นนักปีนเขาทุกคนจำเป็นจะต้องไปพักยังพื้นที่ที่เรียกว่า Everest Based Camp เสียก่อน การเดินทางครั้งใหม่ของนิ้วกลมผ่านตัวหนังสือเพื่อที่จะได้พบกับเรื่องราวอันน่าสนใจในเส้นทางของการฟันฝ่าเพื่อไปยัง Everest Based Camp หรือค่ายฐานเอเวอเรสต์ ถือว่าเป็นการเดินทางที่จะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดและเปลี่ยนทัศนคติมุมมองต่างๆ ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย กลายเป็นบทสรุปความคิดตอนช่วงอายุ 39 ปีของนักเขียนผู้นี้ หนังสือเล่มนี้ควรค่ากับคนที่รักในการท่องเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์สู่โลกกว้างและคนที่รักการเดินทางภายใต้จิตใจอันแข็งแกร่งของตนเอง ระหว่างที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงเป้าหมายในความคิดของคุณจะไตร่ตรองอยู่เสมอกับสิ่งที่กำลังค่อยๆ ก้าวเดินออกไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงเป้าหมายตามที่ตนเองต้องการ ผ่านวิวทิวทัศน์อันแสนงดงามของพื้นที่โดยรอบพร้อมกับได้พบเห็นความจริงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนเราในพื้นที่ต่างกันออกไป เพราะการจะเดินขึ้นไปยัง Everest Based Camp ไม่ใช่ว่าเดินวันเดียวแล้วถึงต้องมีการพักค้างแรม ต้องมีการอดทนกับร่างกายของตนเองเป็นอย่างสูงกว่าจะผ่านจุดแต่ละจุดมาได้ รับรองได้ว่าใครได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้จะต้องเพลิดเพลินไม่รู้จบอย่างแน่นอน

นวนิยาย : กาหลมหรทึก

case-investigate-best-award-thai

เป็นนิยายที่เขียนขึ้นมาโดย ปราปต์ สำหรับใครที่ชอบอ่านนิยายเกี่ยวกับเรื่องของการสืบสวนสอบสวนต้องหยิบนิยายเล่มนี้ขึ้นมาอ่านให้จงได้ แถมยังเป็นนิยายที่คนไทยแท้ได้เขียนขึ้นมาอีกด้วย หากใครได้อ่านเชื่อว่าจะต้องวางไม่ลงแน่นอนทั้งเรื่องของการวางพล็อตเรื่อง การสร้างตัวละครที่ดีจากการคลี่คลายคดีให้ได้รับความจริงอันกระจ่างแจ้ง บางคนอ่านจบแล้วอาจรู้สึกสงสารตัวละครในเรื่องตัวหนึ่งแต่กลับรู้สึกสะใจกับสิ่งที่ได้รับกับตัวละครอีกตัวหนึ่งไปเลย จัดว่าเป็นการกระชากอารมณ์ผู้อ่านได้อย่างเพอร์เฟกต์  ความน่าสนใจอีกอย่างของหนังสือเล่มนี้ก็คือสำนวนการสอบสวนที่ผู้เขียนได้ใช้มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ทว่ากลับให้ความโดดเด่นได้อย่างลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ยังมีการนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในสมัยยุคสงครามโลกมาให้ได้สัมผัสถึงบรรยากาศกันด้วย ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ จะได้สัมผัสกับความงดงามในด้านการใช้ศิลปะทางภาษากับการเรียบเรียงเรื่องราวให้ดูน่าสนใจ น่าอ่านและไม่อยากจะพลาดไปแม้แต่ตัวหนังสือเดียวเลยก็ว่าได้ ถือว่าเป็นวรรณกรรมอันทรงคุณค่าในด้านวรรณศิลป์อย่างถึงที่สุด เงื่อนงำต่างๆ จะถูกแก้ไขให้เกิดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และจะต้องไม่มีผู้ที่กระทำผิดลอยนวลไปได้เป็นอันขาด